วันเสาร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560

พาเที่ยวสระบุรี

พาเที่ยวสระบุรี

สระบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลางของประเทศไทย นับเป็นเสมือนด่านผ่านระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และพรั่งพร้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย สระบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญในด้านโบราณสถานทางพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ประเพณี ซึ่งยังคงคุณค่าไว้ได้อย่างครบถ้วน และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งเป็นจังหวัดหนึ่งที่น่าท่องเที่ยวและศึกษาหาความรู้ ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปมีลักษณะดังนี้ ตอนเหนือ ตะวันออก และตอนกลางของจังหวัดเป็นป่ามีเนินเขาสลับที่ราบสูง ซึ่งเหมาะในการปลูกพืชไร่ ตอนใต้และตะวันตกส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบเหมาะในการทำนา แม่น้ำที่สำคัญมีเพียงสายเดียว คือ แม่น้ำป่าสัก ซึ่งนับว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดสระบุรี โดยอาศัยน้ำใช้ในการเกษตร และประโยชน์อย่างอื่น แม่น้ำป่าสักไหลผ่านอำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอเสาไห้ ไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คิดเป็นความยาวประมาณ 105 กิโลเมตร นอกจากนั้นสระบุรียังมีคลองที่สำคัญๆ หลายสาย เช่น คลองรพีพัฒน์ คลองเริงราง คลองวิหารแดง และคลองเพรียว เป็นต้น และยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมลำดับต้นๆของประเทศไทย โดยเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมมากมายที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีศักยภาพที่เพรียบพร้อมในทุกๆด้าน ทั้งทาง ธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว ศิลปะ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรม ของประเทศไทย
วันนี้เราจะขอเช่ารถขับเองพาเที่ยวสระบุรีนะคะ ด้วยทำเลที่ตั้งส่วนหนึ่งติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ใครๆ ก็นึกถึงยามลมหนาวพัดมาเยือน ทำให้มวกเหล็กและแก่งคอย จ.สระบุรี สองอำเภอติดขุนเขาแห่งนี้ การเช่ารถขับเองนับเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งของนักเดินทางจำนวนไม่น้อยที่ชอบไปสัมผัสลมหนาว ธรรมชาติ และไอหมอกกันแบบสุดขั้วหัวใจ  อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสถานที่ที่สามารถเช่ารถขับเองท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่แสนงดงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ไร่องุ่น ฟาร์มปศุสัตว์ รวมไปถึงกิจกรรมผาดโผนผจญภัยอีกมากมาย ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศการเที่ยวให้สนุกไม่มีเบื่อค่ะ

พร้อมแล้วก็เช่ารถขับเองไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันให้เต็มปอด เติมพลังจากธรรมชาติให้เต็มอิ่มกันได้เลย  อำเภอมวกเหล็กและอำเภอแก่งคอย  เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดสระบุรี ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯราวชั่วโมงกว่าๆ แป๊บเดียวก็ถึง สามารถเช่ารถขับเองไปได้แบบสบายๆ
– เช่ารถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 หรือ ถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิตจนมาถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 ให้เลี้ยวขวาผ่าน อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผ่าน อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เข้าสู่ตัวเมืองสระบุรี

จากนั้นให้เลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ขับไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร คุณก็จะถึง อำเภอมวกเหล็ก ส่วนอำเภอแก่งคอยนั้นก็อยู่ติดกัน ขับรถต่อไปอีกนิดเดียวไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงที่หมายแบบสบายๆ แล้วนะคะเริ่มที่แรกกันเลยนะคะ





1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 10 อำเภอ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา; อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี; อำเภอปากพลี อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก; และอำเภอแก่งคอย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2505 และได้รับสมญานามว่าเป็น "อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน"
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเนื้อที่ปกคลุม 2,215.42 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าดิบเขา ทุ่งหญ้า และป่ารุ่นสอง ป่าดงดิบชื้น ลักษณะป่าชนิดนี้เป็นป่าที่อยู่ในระดับความสูง 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พืชพรรณมี 3,000 ชนิด, มีผีเสื้ออยู่กว่า 189 ชนิด, นกป่ามากมายกว่า 350 ชนิดและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 71 ชนิด ซึ่งได้แก่ ช้าง เสือ ชะนี กวาง และหมูป่า พบอยู่ตามทุ่งหญ้ากว้างทั่ว ๆ ไป



2.วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า มีพระภิกษุไทยคณะหนึ่ง เดินทางไปยังลังกาทวีป เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาท พระสงฆ์ลังกากล่าวว่า ประเทศไทยก็มีรอยพระพุทธบาทอยู่แล้วที่เขาสุวรรณบรรพต จึงได้นำความกราบทูลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมให้ทรงทราบ และได้สืบหาจนพบรอยพระพุทธบาท เพื่อเป็นที่สักการบูชา เป็นศูนย์รวมแห่งพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ พระพุทธบาทสระบุรีเป็นพระอารามหลวง ที่พระมหากษัตริย์แทบทุกพระองค์ทรงทำนุบำรุงและเสด็จไปนมัสการตลอดมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์
ประวัติ  ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปรากฏว่ามีพระภิกษุสงฆ์ชาวไทยคณะหนึ่งเดินทางไปยังลังกาทวีป ด้วยหวังจะสักการบูชาพระพุทธบาท ณ เขาสุมนกูฏ การไปคราวนั้นเป็นเวลาที่พระสงฆ์ชาวลังกาทวีปกำลังสอบประวัติและที่ตั้งแห่งรอยพระพุทธบาททั้งปวงตามที่ปรากฏอยู่ในตำนานว่ามีทั้งสิ้น 5 แห่ง ภายหลังสืบได้ความว่าภูเขาที่ชื่อว่า สุวรรณบรรพต มีอยู่ในสยามประเทศจึงได้นำความดังกล่าวสอบถามพระภิกษุสงฆ์ไทย
เมื่อพระภิกษุสงฆ์คณะนั้นได้รับคำบอกเล่าและกลับมาสู่กรุงศรีอยุธยา จึงนำความขึ้นถวายสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีท้องตราสั่งบรรดาหัวเมืองทั้งปวงให้เที่ยวตรวจตราค้นภูเขาต่างๆ ว่ามีรอยพระพุทธบาทอยู่ ณ ที่แห่งใด
ครั้งนั้น เจ้าเมืองสระบุรี สืบได้ความจากนายพรานบุญว่า ครั้งหนึ่งออกไปล่าเนื้อในป่าใกล้เชิงเขา ยิงถูกเนื้อตัวหนึ่งเจ็บลำบากหนีขึ้นไปบนไหล่เขา ซุกเข้าเชิงไม้หายไป พอบัดเดี๋ยวก็เห็นเนื้อตัวนั้น วิ่งออกจากเชิงไม้เป็นปกติอย่างเก่า นายพรานบุญนึกประหลาดใจ จึงตามขึ้นไปดูสถานที่บนไหล่เขาที่เนื้อหนีขึ้นไป ก็พบรอยปรากฏอยู่ในศิลา มีลักษณะเหมือนรูปรอยเท้าคน ขนาดยาวประมาณสักศอกเศษ และในรอยนั้นมีน้ำขัง นายพรานบุญเข้าใจว่าบาดแผลของเนื้อตัวที่ถูกตนยิงคงหายเพราะดื่มน้ำในรอยนั้น จึงวักน้ำลองเอามาทาตัว บรรดาโรคผิวหนังคือ กลากเกลื้อน ซึ่งเป็นเรื้อรังมาช้านานแล้วก็หายสิ้นไป
เจ้าเมืองสระบุรี จึงสอบสวนความจริงและตรวจค้นพบรอยนั้นสมดังคำบอกเล่าของนายพรานบุญ จึงมีใบบอกแจ้งเรื่องเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงเสด็จพระราชดำเนินไป ณ ที่เขานั้น เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นรอยจึงทรงพระราชวิจารณ์ตระหนักแน่ว่าคงเป็นรอยพระพุทธบาท เพราะมีลายลักษณ์กงจักร ประกอบด้วยอัฏฐุตตรสตมหามงคลร้อยแปดประการ ตรงกับเรื่องทีชาวลังกาทวีปแจ้ง เกิดพระราชศรัทธาและทรงพระราชดำริเห็นว่ารอยพระพุทธบาทย่อมจัดเป็นบริโภคเจดีย์แท้ เพราะเป็นพุทธบทวลัญช์อันเนื่องมาแต่พระพุทธองค์ ย่อมประเสริฐยิ่งกว่าอุเทสิกเจดีย์ เช่น พระสถูปเจดีย์ สมควรยกย่องบูชาเป็นพระมหาเจดียสถาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างก่อเป็นคฤหหลังน้อย สวมรอยพระพุทธบาทไว้เป็นการชั่วคราวก่อน
ครั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับมายังราชธานี จึงทรงสถาปนายกที่พระพุทธบาทขึ้นเป็นเจดียสถานเป็นการสำคัญ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมณฑปยอดเดี่ยวสวมรอยพระพุทธบาทกำหนดเป็นพุทธเจดีย์ และสร้างอารามวัตถุอื่นๆ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ให้เป็นที่สำหรับพระภิกษุอยู่แรม เพื่อทำการบริบาลพระพุทธบาท ทรงพระราชศรัทธาอุทิศเนื้อที่โยชน์หนึ่ง โดยรอบรอยพระพุทธบาทถวายเป็นพุทธเกษตรต่างพุทธบูชา บรรดากัลปนาผล ซึ่งได้เป็นส่วนของหลวงจากเนื้อที่นั้นให้ใช้จ่ายเป็นค่าบำรุงรักษาพระมหาเจดียสถานที่พระพุทธบาท ทรงยกที่พุทธเกษตรส่วนนี้ให้เป็นเมืองชั้นจัตวา ชื่อเมืองปรันตปะ แต่นามสามัญเรียกกันว่า เมืองพระพุทธบาท ขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา โปรดเกล้าฯ ให้ชายฉกรรจ์ทุกคนที่ตั้งภูมิลำเนาอยู่ในเขตที่พระพุทธบาทพ้นจากหน้าที่ราชการอย่างอื่นสิ้น ตั้งให้เป็นพวกขุนโขลนเป็นข้าปฏิบัติบูชารักษาพระพุทธบาทแต่หน้าที่เดียว
นอกจากนั้น ยังได้พระราชทานราชทินนามบรรดาศักดิ์ประจำตำแหน่งผู้รักษาการพระพุทธบาท หัวหน้าเป็นที่ ขุนสัจจพันธ์คีรีรัตนไพรวัน เจติยาสันคามวาสี นพคูหาพนมโขลน รองลงมาเป็นที่ หมื่นสุวรรณปราสาท หมื่นแผ้วอากาศ หมื่นชินธาตุ หมื่นศรีสัปบุรุษ ทั้ง 4 คนนี้ เป็นผู้รักษาเฉพาะองค์พระมณฑป ตั้งนายทวารบาล 4 นาย เป็นที่ หมื่นราชบำนาญทมุนิน หมื่นอินทรรักษา หมื่นบูชาเจดีย์ หมื่นศรีพุทธบาล โปรดเกล้าฯ ให้สร้างคลังสำหรับเก็บวัตถุสิ่งของที่มีผู้นำมาถวายเป็นพุทธบูชา ให้ผู้รักษาคลังเป็นที่ ขุนอินทรพิทักษ์ ขุนพรหมรักษา หมื่นพิทักษ์สมบัติ หมื่นพิทักษ์รักษา ให้มีผู้ประโคมยามประจำทั้งกลางวันกลางคืนเป็นพุทธบูชา ตั้งเป็นที่ หมื่นสนั่นไพเราะ หมื่นเสนาะเวหา พันเสนาะ รองเสนาะ ทรงกำหนดเทศกาลสำหรับให้มหาชนขึ้นไปบูชารอยพระพุทธบาทเดือน 3 ครั้ง 1 และเดือน 4 ครั้ง 1 เป็นประเพณีตั้งแต่นั้นมา



3.อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตั้งอยู่ในท้องที่ของอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอมวกเหล็ก อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 129 ของไทย





 4.    น้ำตกเจ็ดคต อยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านหินตั้ง ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ระหว่างทางเดินจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.18 (เจ็ดคต) ไปยังน้ำตกเจ็ดคต ประมาณ 1,200 เมตร สามารถลงเล่นน้ำในลำห้วยได้ตลอดเส้นทาง เมื่อถึงน้ำตกจะมองเห็นน้ำไหลตกจากผาหินเป็นทางยาว สูงประมาณ 10 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำขนาดใหญ่คล้ายสระว่ายน้ำ       น้ำตกเจ็ดคต ชื่อน้ำตกตั้งมาจากระยะทางในการเข้าถึงน้ำตกจะเป็นลักษณะคดเคี้ยวไปมา น้ำตกเจ็ดคตตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๑ บ้านเจ็ดคต ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อยู่ในเขตหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เจ็ดคต (ขญ.๑๕)
การเดินทาง :    จากอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก สู่ถนนสายบ้านนา-แก่งคอย ประมาณ ๒๐ กม.เลี้ยวขาวเข้าตำบลชะอม ต่อไปที่หมู่ ๑๑ บ้านเจ็ดคต ๒. จากอำเภอแก่งคอยสู่ถนนสายบ้านนา-แก่งคอย ประมาณ ๒๐ กม. เลี้ยวซ้ายที่ตำบลชะอม อีกประมาณ ๑๓ กม. เข้าสู่หมู่ที่ ๑๑ บ้านเจ็ดคต จะเห็นป้ายบอกทางสู่น้ำตกเจ็ดคต มีเส้นทางรถยนต์ไปสิ้นสุดที่ลำธารบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เจ็ดคต (ขญ.๑๕) เพื่อเดินเท้าสู่ตัวน้ำตกเจ็ดคต





 5.  วัดป่าสว่างบุญ ตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 โดย พระครูวิสุทธิสุตวัฒน์ (หลวงพ่อสมชาย ปุญญมโน)  ในเนื้อที่กว่า 400  ไร่  ซึ่งเป็นที่ดินของโยมพ่อและโยมแม่ของหลวงพ่อสมชาย  ด้านในวัดเป็นสถานที่ที่สงบเงียบเหมาะกับการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ทางด้านหลังติดกับเชิงเขามีอากาศที่เย็นสบายมาก ๆ และมีประชาชนเข้าไปปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ประวัติความเป็นมา
   เมื่อแรกเริ่มหลังจากที่หลวงพ่อสมชายได้บวชแล้ว ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ที่ วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ โดยจำพรรษาอยู่ในถ้ำเป็นระยะเวลา 10 ปี หลังจากนั้นได้ธุดงค์ขึ้นมาทางเหนือเรื่อยมา จนมาถึงบริเวณที่ตั้งของวัดป่าสว่างบุญในปัจจุบัน เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นที่ของโยมพ่ออรุณ และโยมแม่บุญมี คงชุ่ม ซึ่งเป็นโยมพ่อและโยมแม่ของหลวงพ่อ ได้ซื้อไว้แล้วให้ชาวบ้านได้อาศัยทำไร่ข้าวโพดอยู่ในช่วงนั้น สภาพที่แห่งนี้สมัยนั้นเป็นภูเขาหัวโล้น ไม่มีต้นไม้ เมื่อได้มาสร้างวัด หลวงพ่อได้ปลูกต้นไม้ขึ้นมาใหม่และพัฒนาพื้นดินจนเป็นป่าธรรมชาติ ร่มรื่น ดั่งที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ต่อมาหลวงพ่อได้พบพระผู้ใหญ่ ศิษย์หลวงปู่มั่น ได้กราบสนทนากับ หลวงปู่สิม พุทธจาโร วัดถ้ำผาป่อง หลวงปู่แนะนำให้ญัตติใหม่ ซึ่งหลวงพ่อได้เล่าให้ฟังว่า ท่านมีความศรัทธาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงให้ญัตติใหม่เป็นธรรมยุติ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2533 โดยมีพระพิศาลมงคลวัฒน์ เป็นพระอุปัชฌา ณ วัดศรัทธาประชากร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรีพ.ศ. 2535 คณะศิษยานุศิษย์ นาโดย คุณยุพนา ธรรมโกวิท เป็นเจ้าภาพ ร่วมสร้างพระเจดีย์ หลวงพ่อท่านได้นาพระบรมสารีริกธาตุจานวน 84,000 องค์ บรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์และพระยืนบนเขาบริเวณวัดป่าสว่างบุญ ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 1 ปี 3 เดือน ได้ชื่อว่า “พระมหาเจดีย์เทพนิธากร” ตั้งสูงตระหง่านอยู่บนยอดเขา มีบันไดนาคเป็นทางขึ้นสู่เจดีย์ประมาณ 180 ขั้น รอบองค์พระเจดีย์มีรูปปั้นยักษ์คอยปกป้องพระเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ
ต่อมาก็มีประชาชนที่เคารพศรัทธาในตัวหลวงพ่อสมชาย เป็นจานวนมาก เมื่อประมาณปี 2548 ประชาชนในจังหวัดสระบุรีและทั่วภูมิภาคได้ร่วมกันจัดสร้าง “องค์พระมหารัตนโลหะเจดีย์ศรีศาสนโพธิ์สัตว์สว่างบุญ” ขึ้นมาและแล้วเสร็จเมือปี 2550 ซึ่งเป็นองค์มหาเจดีย์ที่มีความสวยงามแปลกตาเป็นอย่างมากเพราะมีองค์เจดีย์ ถึง 500 ยอด ซึ่งแตกต่างไปจากองค์มหาเจดีย์องค์อื่น ๆ ในเมืองไทย
ลักษณะขององค์มหาเจดีย์เป็นองค์เจดีย์องค์ใหญ่อยู่ตรงกลางและมีองค์เจดีย์ราย อยู่รอบ ๆ โดยมีซุ้มประตูทางขึ้นทั้งสี่มุม องค์เจดีย์มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เมตร มีทั้งหมด 9 ชั้น ทาเป็นบันไดขึ้นไปยังองค์เจดีย์ที่ตั้งอยู่ทางด้านบน ตัวองค์
เจดีย์เป็นปูนปั้นรูปแบบสวยงามประณีตเคลือบสีทองทั้งหมดทุกองค์ ในเจดีย์องค์ใหญ่นั้นครอบองค์เจดีย์องค์เล็กไว้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งในเจดีย์องค์เล็กบรรจุพระบรมสารีริกธาตุต่าง ๆ ไว้ด้วย นอกจากองค์เจดีย์องค์เล็กที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ในยอดขององค์เจดีย์ ทั้ง 500 ยอดนั้นก็บรรจุพระบรมสารีริกธาตุทุกองค์ ถือเป็นศาสนสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง








6."สวนรุกขชาติมวกเหล็ก" เป็นแหล่งอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและพรรณไม้ป่าที่มีคุณค่าหายากในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าดงพญาเย็น ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2497 มีพื้นที่ประมาณ 375 ไร่ ปัจจุบันยังเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจและมีความสำคัญในด้านต่างๆ เช่น พรรณไม้ในวรรณคดี พรรณไม้ในพุทธประวัติ พืชสมุนไพร และพรรณไม้ที่มีคุณค่าหายากนานาชนิด

จุดท่องเที่ยวในสวนรุกขชาติฯ มีอยู่หลายแห่ง เริ่มต้นกันที่น้ำตกชื่อดังอย่าง น้ำตกมวกเหล็ก มีต้นกำเนิดมาจากป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี สองฝั่งลำธารมีพรรณไม้ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถนั่งพักผ่อนชมน้ำตกหรือลงเล่นน้ำได้ตลอดทั้งวัน อีกหนึ่งจุดที่ต้องไปเก็บภาพความประทับก็คือ สะพานมวกเหล็ก-ปากช่อง สะพานแขวนข้ามลำธารมวกเหล็ก เชื่อมอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง ทางด้านเหนือและใต้ของน้ำตก จากนั้นไปชม ประติมากรรมรากไม้ เป็นการสร้างสรรค์ของธรรมชาติที่บังคับให้ต้นไม้ต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ต้นไม้จึงต้องสร้างรากแผ่ขยายเพื่อยึดเกาะดินที่อ่อนนุ่มให้สามารถทรงตัวและดำรงชีวิตอยู่ได้ จุดสุดท้ายคือ สวนสักทอง สถานีทดลองปลูกพรรณไม้ มีอายุกว่า 50 ปี สมควรอนุรักษ์ไว้เป็นแม่พันธุ์ในการเก็บเมล็ดขยายพันธุ์ต่อไป






7.. น้ำตกดงพญาเย็น ตั้งอยู่ในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ตั้งอยู่เลยจากน้ำตกเจ็ดสาวน้อยไปประมาณ 300- 400เมตร  เป็นน้ำตก ที่อยู่ในการดูแลของศูนย์ควบคุมไฟป่าฯ จังหวัดสระบุรี เป็นน้ำตกหินปูนขนาดเล็กที่ ไหลลดหลั่นเป็นชั้นลักษณะคล้าย น้ำตกเจ็ดสาวน้อย  เป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนเล่นน้ำพักหย่อนใจในวันหยุดสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ
ตัวน้ำตกแบ่งออกเป็น 3 โซน
โซนแรก
อยู่บริเวณตอนเหนือสะพานไม้ขึ้นไป ลำธารจะมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำ 2-3  แอ่งที่ ไม่ลึกมาก เด็กสามารถเล่นน้ำได้
โซนเหนือสะพานไม้
โซนต่อมาอยู่อีกฝั่งของสะพานไม้ น้ำไม่ลึกเช่นเดียวกัน เด็กสามารถเล่นน้ำได้ แต่อาจจะลึกบ้างเป็นบางจุด มีหินค่อนข้างเยอะ ต้องระมัดระวังเวลาเดินซักหน่อย
ส่วนโซนที่สาม จะอยู่ใต้น้ำตกจุดนี้ค่อนข้างลึก เหมาะแก่วัยรุ่น ผู้ใหญ่ที่ว่ายน้ำเป็นเด็กไม่ควรเล่น

บริเวณน้ำตกมีร้านอาหาร แคร่ที่นั่ง และกระท่อมริมน้ำตก ไว้บริการหลายหลัง โดยตั้งเรียงรายไปตามสายน้ำตก เหมาะสำหรับ เอนกายพักผ่อน นอนเล่น หรือนั่งรับประทานอาหาร  นอกจากนี้ยังมีห่วงยาง ชูชีพ ไว้ให้เช่าสำหรับเล่นน้ำ น้ำตกดงพญาเย็นจึงเป็น ทางเลือกอีกแห่งหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน นั่งมองต้นไม้ ฟังเสียงสายน้ำ เล่นน้ำ  และพาครอบครัวมาปิคนิค แต่หากมาเที่ยวน้ำตก ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ หากต้องการความสงบแนะนำ ให้มาเที่ยวในช่วง วันธรรมดา ภายในบริเวณน้ำตกมีที่จอดรถแต่ไม่กว้างมาก หากเป็นจังหวะช่วงที่คนเยอะ การจราจรค่อนข้างติดขัด




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น